น้องๆ ที่มหาวิทยาลัยเรามีคณะคิตตี้ด้วยเหรอ" รุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนถาม
สาวน้อยน้องใหม่ทำหน้าตาเลิกลั่ก พร้อมตอบเสียงอ่อยๆ ว่า "...อะไรค่ะพี่..."
นิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่หันไปเอาดีเลือกเรียนคณะคิดตี้ มิกกี้เม้าส์ โดเรมอนกันเป็นแถว
ไรอ่ะ...งง!!!
มาหายงงซะที่กล่าวเช่นนั้นเป็นเพราะยุคนี้ถ้าสังเกตให้ดีบริเวณรังดุมบนปกเสื้อด้านซ้าย
ฮิต ฮิต ฮิต...
ใช่แล้ว! เรียกว่าระบาดหนักเลยก็ว่าได้ เมื่อบรรดานิสิต นักศึกษาเกือบทุกคณะต่างพร้อมใจกันใส่ "ตุ้งติ้ง" ที่ติดไว้ตรงรังดุมบนปกเสื้อด้านซ้าย
อ่ะอ่ะ..แต่ไมใช่ตุ้งติ้งที่เป็นสัญลักษณ์แทนคณะที่นิสิต นักศึกษาน้องใหม่ใส่กันเมื่อตอนก้าวเท้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เพราะตุ้งติ้งที่ว่านี้กลับกลายเป็นเครื่องประดับเสื้อผ้าแทนเสียแล้ว
เมื่อพบว่า "ตุ้งติ้ง" ที่นิยมใส่กันอยู่นี้เป็น "การ์ตูน" "ลูกปัด" "ตุ๊กตา" "โซ่" แทนซึ่งแต่ก่อนจะนิยมแค่รูปสัตว์ที่มีขนาดอันเล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้รูปร่าง ขนาดเริ่มใหญ่ขึ้น มีลวดลายที่เป็นสีสันสดใส อีกทั้งนิยมของ "แฮนด์ เมด" ด้วย จนกลายเป็นธุรกิจขนาดย่อมของนิสิต นักศึกษากันแล้วเพราะเริ่มทำขายกันเอง แต่ละชิ้นจะเริ่มต้นที่ราคา 20 บาท ไปจนถึง 200 กว่าบาท รวมทั้งยังเป็นของขวัญที่มอบให้กับเพื่อนๆ หรือไว้แลกกันเมื่อถึงเวลาเรียนจบกันแล้ว
"แอม" นักศึกษาสาววัย 20 ปี สาวผู้นิยมใส่ "ตุ้งติ้ง" ลายการ์ตูนเล่าว่า เพื่อนๆ นิยมใส่กันมาก แต่ก่อนจะเป็นเพียงลายเล็กๆ เรียบๆ แต่ตอนนี้เริ่มใส่ที่มีสีสัน และรูปทรงที่แปลก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
"เริ่มจากที่รุ่นพี่เขาจะนิยมติดกันก่อน พอถึงช่วงรับน้องพวกรุ่นพี่ก็จะเอามาขายกันอันละ 20-30 บาท มีทั้งตัวการ์ตูน และลูกปัด ส่วนใหญ่จะทำกันเองเป็นงานฝีมือ เหมือนร้อยลูกปัดคล้องโทรศัพท์แต่เอามาห้อยเป็นตุ้งติ้งแทน รวมทั้งรูปดอกไม้ขนาดใหญ่ก็ยังมี ตอนนี้มีประมาณ 40 กว่าอันแล้ว และต้องใส่ทุกวันด้วย ถ้าไม่ได้ใส่เหมือนขาดเครื่องประดับชิ้นหนึ่งไป"
อดถามไม่ได้ว่า "ตุ้งติ้ง" เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนคณะที่เรียนแล้วเอาตุ๊กตา การ์ตูนอย่างนี้มาห้อยแล้วรู้สึกอย่างไร สาวแอมบอกว่า มันเป็นเพียงแฟชั่นอย่างหนึ่งของนิสิต นักศึกษา และใส่เฉพาะเวลาเรียนปกติเท่านั้น ถ้าทางมหาวิทยาลัยมีงานที่เป็นพิธีแบบทางการก็จะไม่ใส่มา
"พวกเราก็ให้เกียรติกับมหาวิทยาลัยเช่นกัน เพียงว่าตอนนี้มันฮิต และกลายเป็นเครื่องประดับอิงกระแสแฟชั่นไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นช่องทางหนึ่งในการหารายได้พิเศษให้กับเพื่อน และรุ่นพี่ที่ทำตุ้งติ้งมาขายอีกด้วย"
นอกจากนี้ยังพบอีกว่ายังมี "ตุ้งติ้ง" ที่เป็นทั้งกระดุม แผ่นแมคเนตติดตู้เย็นก็มี รวมทั้งต่างหูก็นิยมเอามาห้อยกัน บางคนนำโซ่มาร้อยต่อกันให้ระโยงระยางเพื่อติดระหว่างรังดุม และปกเสื้อแทน รวมทั้งเครื่องประดับของตุ๊กตาบาร์บี้ หรือของเล่นขนาดจิ๋วก็นิยมมาทำเป็น "ตุ้งติ้ง" อีกด้วย
ถึง "ตุ้งติ้ง" จะเป็นเครื่องประดับยอดฮิตของนิสิต นักศึกษา แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการนำตุ้งติ้งที่เป็นตัวแทนของคณะมาใส่เป็นการ์ตูนที่เป็นสีสัน
สาวน้อยวัย 19 ปี บอกว่า ตุ้งติ้งเปรียบเหมือนตัวแทนของคณะที่เรียน การที่เอาตุ้งติ้งรูปแบบอื่นมาใส่แทนของคณะนั้นเหมือนไม่ให้เกียรติกับคณะ และมหาวิทยาลัย
"ถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้มงวดเรื่องนี้ แต่นิสิต นักศึกษาต้องคิดได้ว่าควรใส่หรือไม่ หากจะทำตามแฟชั่นก็ควรดูสถานที่ และโอกาสด้วยเพราะชุดนักศึกษาเป็นชุดที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยิ่งอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยก็ควรให้เกียรติด้วย"
เป็นทัศนคติที่นานาจิตตังแต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดว่า "ตุ้งติ้ง" ที่ใส่อยู่นั้นมันสัญลักษณ์แทนอะไร คือตัว "นิสิต นักศึกษา" นั่นเอง
ที่มา"ตุ้งติ้ง"
รู้กันบ้างไหม "ตุ้งติ้ง" ที่บรรดานิสิต นักศึกษานิยมใส่กันนั้นมีความสำคัญอย่างไร
นายวุฒิชัย พฤกษ์ไกรเลิศ เจ้าร้านชัยพฤกษ์ย่านท่าพระจันทร์ จำหน่าย "ตุ้งติ้ง" มานานกว่า 40 ปี บอกว่า ทุกมหาวิทยาลัยต้องมีตั้งแต่หัวเข็มขัด สายเข็มขัด กระดุม ตุ้งติ้งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย และตุ้งติ้งมีมากว่า 60 ปีแล้ว ซึ่งเริ่มจากนิสิต นักศึกษาสมัยก่อนจะต้องติดกระดุมเสื้อถึงต้นคอ และกระดุมตรงต้นคอนั้นต้องห้อยโซ่ยาวครึ่งนิ้วลงมา เมื่อเวลาเดินโซ่นั้นจะแกว่งไปมา ตรงนี้ที่ทำให้เรียกว่า "ตุ้งติ้ง"
"ปัจจุบันตุ้งติ้งมีลักษณะ รูปแบบที่แตกต่างกันไป อาทิ คณะนิติศาสตร์ ตรงกระดุมจะเป็นรูปสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ส่วนปลายโซ่เป็นรูปประจำคณะคือรูปตาชั่ง และตุ้งติ้งมีความสำคัญมาก ถ้าไม่ติดจะเหมือนไม่มีสัญลักษณ์ของมหาลัยเลย เป็นการโชว์ตรามหาวิทยาลัยให้เด่นขึ้น"
|